[ShortFic] Hate it but I want

posted on 14 Apr 2011 16:42 by junghyeae in Short-Fic

Hate it but I want.


Author :  junghyeae (akabane)

  

Paring : YooSu


Rate : R นิดๆ เล็กน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ๕๕๕+


คำเตือน ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เหตุการณ์และสถานที่ต่างๆ เป็นเรื่องสมมุติไม่ได้เกิดขึ้นจริงและผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆในเรื่องนี้ ส่วนเนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายรักชาย(Boy'sLove) หากไม่ชอบก็ปิดไปได้เลยค่ะ ^__^

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมไปจากชีวิตผมสักที สายตาอันเร่าร้อน แสดงถึงความหลงใหล และคลั่งไคล้ มันกำลังทำให้ผมประสาทเสีย ฝ่ามือของเขากำลังลูบไล้ไปทั่วร่างกายของผม ก่อนที่เขาจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกทีละเม็ด ทีละเม็ดด้วยความรวดเร็ว

 

 

“นายมันก็แค่ไอ้บ้าหื่นกาม”

 

 

ผมด่าเขาด้วยถ้อยคำที่ดูจะไพเราะสุดๆแล้ว แต่เขากลับอมยิ้ม แล้วโน้มตัวลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเขากับผมอย่างรุนแรง หนักหน่วงจนผมแทบจะหายใจไม่ออก

 

 

ผมเกลียดเขา… ผมเกลียดปาร์คยูชอน


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทำแบบนี้กัน จะว่าไปแล้วเราทำมันเป็นครั้งที่… ครั้งที่เท่าไหร่ผมก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่าความสัมพันธ์ทางกายมันเริ่มขึ้นตั้งแต่เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านของผม หรือประมาณหกเดือนที่แล้ว และคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เด็กไฮสคูลวัยสิบเจ็ดจะทำเรื่องอย่างว่ากัน แต่มันคงไม่น่าอภิรมย์นัก เพราะเราสองคนเป็นผู้ชาย และเราสองคนก็ไม่ใช่เกย์

 

 

“จุนซู…ให้ฉันดูหน่อยสิว่านายน่ารักมากแค่ไหน?”

 

 

เขากระซิบข้างหูผม ก่อนจะยกขาทั้งสองข้างของผมขึ้นพาดบ่า มือของเขาปลดกระดุมกางเกงออกอย่างรวดเร็วๆ ผมแทบจะกลั้นเสียงร้องออกเกือบไม่ทัน เขาไม่เคยถามผมสักครั้งว่าผมสนุกหรือเปล่า เขาเอาแต่ทำมัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผมหมดแรงแล้วจึงปล่อยมือที่จิกแน่นบนบ่าของเขาตกลงข้างตัว

 

 

“ฉันเกลียดนาย…”

 

“ไปโทษพ่อนายก็แล้วกันที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้”

 

 

รอยยิ้มเย้ยหยันของเขาทำผมอยากจะต่อยหน้าเขาเสียให้คว่ำ แต่ก็คงทำได้แค่คิด เพราะตอนนี้ผมแทบจะไม่มีแรงแม้แต่จะหยิบผ้ามาห่มร่างอันเปลือยเปล่าเสียด้วยซ้ำ ผมได้แต่มองยูชอนกำลังสวมเสื้อยืดตัวโปรดของเขาแล้วเขาก็เดินตรงไปที่กระจกพลางใช้มือจัดแต่งทรงผมของตนเองให้เรียบร้อย เขามักจะทำแบบนี้เสมอก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องแล้วทำเป็นตีหน้าซื่อตาใสราวกับตัวเองไม่ได้ทำเรื่องอะไรลงไป

 

 

เขามันเป็นปีศาจตีสองหน้า…. ผมเกลียดเขา ปาร์คยูชอน


ผมเหลือบสายตาไปมองลิ้นชักที่อยู่ข้างหัวเตียง แล้วจึงค่อยๆดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะตัดสินใจดึงลิ้นชักนั้นให้เปิดออก ในนั้นมีรูปงานแต่งงานของพ่อผมกับแม่เลี้ยงที่เสียชีวิตไปเมื่อราวๆสองปีก่อน…เธอคือแม่ของยูชอน

 

 

เธอเป็นคนสวย ใจดี ทำงานเก่ง ผมเองก็ชอบเธอ และไม่ได้รังเกียจอะไรที่เธอจะมาเป็นแม่ใหม่ของผม เพียงแต่ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางที่เธอกับพ่อกำลังไปฮันนีมูนเสียก่อน เธอก็คงไม่จากไปเร็วขนาดนี้ พ่อเสียใจมากจนกลายเป็นคนติดเหล้า ตอนนั้นผมแทบจะต้องจัดการตัวเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า อาหารเย็น หรือแม้แต่กระทั่งทำความสะอาดบ้าน จนเวลาผ่านไปเกือบปี ปาร์คยูชอนก็โผล่เข้ามาในชีวิตของผม เขาเป็นลูกติดของแม่เลี้ยงที่ถูกพ่อแท้ๆของตัวเองพามาฝากไว้ที่บ้าน เพราะรู้ว่าพ่อผมเป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร เขาอ้างว่าการดูแลลูกชายเพียงคนเดียวทำให้เขาต้องตกระกำลำบาก กลายเป็นคนพิการ อีกอย่างในพินัยกรรมของแม่เลี้ยงก็ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าเธออยากให้ยูชอนมาอยู่กับผมและพ่อ โดยค่าเล่าเรียน และค่าเลี้ยงดูให้เอาจากทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ของเธอ

 

 

แล้วยูชอนก็เข้ามาอยู่บ้านของผม เขาเป็นเด็กขรึมๆ ไม่ชอบเล่นกีฬา แต่ผลการเรียนของเขาก็อยู่ในระดับดีมาก ทำให้พ่อรู้สึกสบายใจที่รับดูแลเด็กคนนี้เอาไว้ แต่ผมกลับไม่คิดว่าเขาเป็นเด็กดีอะไรเลย เพราะเขาหยาบคาย เย็นชา และวันที่ทำให้ผมตระหนักถึงความจริงว่าผมเกลียดเขามากแค่ไหน ก็ตอนที่เราเล่นเกมหมุนขวดกัน

 

 

นั่นคือสาเหตุที่ทำไมผมถึงต้องกลายเป็นเครื่องมือระบายความใคร่ของเขา

 

 

ก็อกๆ

 

“จุนซู ลงมาข้างล่างเร็ว พ่อมีเรื่องจะคุยกับพวกเรา”

 

 

เสียงยูชอนที่ยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องทำให้ผมต้องลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเขาแกล้งทำเป็นอาสาขึ้นมาตามผม เขาตีสองหน้าทำตัวเป็นเด็กดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งทำให้ผมเกลียดเขา ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยง

 

 

“อย่าทำให้มีพิรุธสิ อ๋อ แต่พ่อนายมันก็แค่ไอ้ขี้เหล้าอยู่แล้วนี่ จะไปสังเกตเห็นอะไรล่ะ จริงไหม?”

 

 

ทันทีที่ผมเปิดประตูออก ยูชอนก็เริ่มพูดจาไม่เข้าหูทันที แต่ผมก็ได้แค่กัดฟันข่มโทสะ แล้วเดินกระแทกไหล่เขาลงไปชั้นล่าง ผมเห็นพ่อกำลังนั่งรอด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มจนทำให้ผมที่ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที

 

 

สงสัยวันนี้พ่อคงมีเรื่องดีๆจะบอกผมแน่ ฉะนั้นผมจะต้องเก็บเรื่องขุ่นมัวบ้าๆนี้ออกจากสมองซะ

 

 

“จุนซู ยูชอน พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกพวกลูก”

 

 

“ครับ”

 

 

“พ่อจะไปเข้าศูนย์บำบัดอาการติดเหล้า อาจจะนานเป็นเดือน แต่พ่อสัญญาว่าพ่อจะทำมันให้สำเร็จ”

 

 

ผมได้แต่ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น นี่แปลว่าผมต้องอยู่บ้านกับเขาเพียงลำพังใช่ไหม?

 

 

“ยินดีด้วยครับพ่อ” ยูชอนพูดขึ้น ทำให้พ่อยิ้มกว้างขึ้นมาอีก

 

 

ผมไม่รู้จะพูดว่าอะไรนอกเสียจากบอกพ่อว่าผมจะช่วยเก็บเสื้อผ้าให้พ่อ มันน่าแปลกเหลือเกินที่ผมไม่รู้สึกดีใจเลย เพราะการที่พ่อไม่อยู่บ้านมันกลับกลายเป็นว่าผมไม่มีที่พึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะหาโอกาสทำอะไรกับผมได้ตลอดเวลา แต่การที่มีพ่ออยู่ทำให้ผมอุ่นใจได้ว่าเขาจะไม่มายุ่งกับผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงได้

 

 

‘เราได้สนุกกันสุดเหวี่ยงแน่’


สายตาของเขาที่จ้องมองมาทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะตั้งแต่วันที่พ่อเข้าศูนย์บำบัด ผมแทบจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขเลย เพราะเขาเอาแต่นัวเนียอยู่ใกล้ๆตัวผม จนเรียกได้ว่าผมแทบจะไม่ต้องใส่เสื้อผ้าเลยเสียด้วยซ้ำเมื่อถึงเวลาอยู่บ้าน

 

“นายต้องบอกพ่อนาย” แม็กซ์ หรือชางมิน พูดกับผม เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ และไม่ค่อยซักถามอะไรมาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของผมเขาจึงพูดด้วยความเป็นห่วง

 

“ก็แค่เซ็กส์” ผมตอบอย่างไม่ยี่หระ

 

“เซ็กส์ที่นายไม่เต็มใจน่ะเหรอ?”

 

ผมไม่พูดอะไรนอกจากเดินกลับบ้านไปเงียบๆ ระหว่างผมกับยูชอนเราไม่เคยคุยกันถึงเรื่องการสมยอมหรือไม่ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจดีว่าเรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากการที่เราเล่นเกมกัน และตอนนี้มันก็มาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้แล้ว

 

ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นยูชอนกำลังนั่งกระดิกเท้าดูรายการโทรทัศน์อย่างสบายใจ ผมเบือนหน้าหนีเขาแล้วเอากระเป๋าเป้วางลงบนเก้าอี้ในครัว ผมรู้สึกเหนื่อย และหิว ก็เลยตั้งใจว่าจะกินข้าวโอ๊ตกระป๋องเป็นอาหารเย็นแทนการออกไปนั่งกินที่ร้านอาหารข้างนอก แต่ความตั้งใจของผมก็ถูกขวางเอาไว้จนได้เพราะตอนนี้ยูชอนโอบกอดผมไว้จากทางด้านหลัง และมือของเขาก็อยู่ไม่สุกเสียด้วย

 

“ฉันเหนื่อย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงแต่เขากลับไม่ฟัง ตอนนี้เขากำลังจูบที่ซอกคอของผมพลางเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงยีนส์ที่ถูกปลดซิบออกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“หยุด” ผมพยายามจะดิ้น แต่เขากลับกดร่างของผมแนบลงกับโต๊ะอาหาร ผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขาใกล้ๆหู เสียงกระซิบเรียกชื่อของผมทำให้ผมไม่สามารถดิ้นหลุดออกจากเขาไปได้ เขาจับผมนอนหงาย แล้วเราก็จูบกัน อย่างหนักหน่วง รุนแรง เหมือนดังเช่นทุกครั้ง

 

“ฉันเกลียดนาย แล้วก็ขยะแขยงนายจนแทบอ้วก” ผมพูดโดยจ้องตาเขาด้วยแววตาเกลียดชังทันทีที่เราถอนจูบออกจากกัน

 

“เกลียดงั้นเหรอ?” เขาพูดพลางหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขากับผมสัมผัสกันเบา “อยากให้ฉันไปไหมล่ะ? ถ้าฉันออกจากบ้านนี้ไปทุกอย่างเราก็จบ เราจะหยุดมันเอาไว้แค่นั้น แล้วนายก็จะเป็นฝ่ายแพ้”

 

ดวงตาของเขาเหมือนมีพลังดึงดูดให้ผมรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังหลอมละลาย ผมยอมรับว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนที่หน้าตาเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกส่วน แต่จัดว่าดูดีและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อจนทำให้ผมไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้…เกมหมุนขวดที่เราเล่นกันนั้นมันมีเงื่อนไขอยู่ว่าหากผมทำให้เขาทนอยู่ที่บ้านหลังนี้นานเกินหกเดือน แสดงว่าเขาตกหลุมรักผมอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 

และตอนนี้ดูเหมือนว่าผมกำลังจะชนะเสียด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่การชนะในแบบที่ผมเต็มใจสักเท่าไหร่…

 

แน่ใจเหรอว่าไม่เต็มใจ?


“ฉันไม่เคยอยากมีเซ็กส์กับนาย ฉันเกลียดนาย และฉันก็ไม่ใช่เกย์ด้วย” ผมพูดก่อนจะผลักอกของเขา แล้วลุกขึ้นยืนพลางดึงกางเกงที่อยู่ตรงเขาขึ้นมาสวม

 

“นายปั่นหัวฉันเล่นอย่างนั้นเหรอ!?” เขาพูดอย่างหัวเสีย พลางเตะเก้าอี้ที่อยู่ในห้องครัวจนล้มระเนระนาด เขากำลังโมโห แต่แทนที่ผมจะรู้สึกหวาดกลัว มันกลับกลายเป็นว่าผมไม่อาจจะทนความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ในใจได้ ผมรู้ตัวว่าผมอาจจะไม่ใช่คนหน้าตาดีมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีอะไรเลย เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่แสดงอาการว่าลุ่มหลงในตัวผมขนาดนี้หรอก จริงไหม?

 

“นายแพ้แล้วล่ะ ปาร์คยูชอน” ผมพูดก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เขา

 

“ดูท่าทางแล้วเราสองคนคงจะเสมอกันนะ” ยูชอนมองตาผมก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากนิดๆ

 

“ฉันเกลียดที่นายทำกับฉัน แต่ฉันก็ต้องการนาย แค่นี้คงจะเพียงพอแล้วมั้ง”

 

ผมโอบรอบคอของเขาแล้วเราก็จูบกัน ฝ่ามืออุ่นร้อนนั้นลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของผมอย่างคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนา พอมารู้ตัวอีกทีเราสองคนก็อยู่บนเตียงแล้ว ผมปล่อยตัว ปล่อยใจ ไปกับการเล่นเกมครั้งนี้มากเกินไปจนลืมชัยชนะของตัวเอง แต่พอมาคิดดูอีกทีถ้าผมไม่เป็นฝ่ายเสนอให้เขาเล่นเกมหมุนขวด เราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันนานขนาดนี้ก็ได้

 

“ฉันเกลียดนาย” 


“แต่นายก็อยากให้ฉันอยู่กับนายใช่ไหม?” 


“อย่าถามอะไรที่นายรู้คำตอบดีอยู่แล้วเถอะน่า!!”   

 

 

 

--End--

 

 

 

 

 

Talk

เป็นฟิกเรทแรงที่สุดที่เราแต่งครั้งแรก และแต่งภายในวันเดียว ถึงภาษาจะห่วย เนื้อเรื่องไม่ดี แต่ก็อยากลองแต่งดู ๕๕๕+ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

ปล.วงการฟิกเงียบเหงาเนอะ แต่เฉพาะฟิกเราคนเดียว ๕๕๕+ 

 

 

 

-----------------------------------------------------------

 

มาอิดิท เพื่อตอบคำถามคุณjun ความเห็นสองนะคะ

ที่เขียนว่า 'ฟิกเรื่องนี้แต่งเพื่อความบันเทิง' มีเหตุผลหลักๆสองข้อค่ะ
 
 
อย่างแรกคือ กันไว้เผื่อคนที่ไม่เข้าใจว่าการที่เราเอาศิลปินมาแต่งฟิก เราทำไปเพื่ออะไร
ก็เลยต้องบอกว่าอ่านเพื่อความบันเทิง สนุกๆ สำหรับคนที่ชอบเรื่องแบบนี้ ชอบจับคู่ศิลปิน ชอบยาโอย
และเรื่องทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องแต่งขึ้น ว่าง่ายๆคือจิ้นเองล้วนๆ (ฮา)
 
 
อย่างที่สองคือ กันบางคนที่อินจริงจัง ถึงขั้นด่าคนแต่ง ๕๕๕+ ฟังเหมือนฮา แต่เป็นเรื่องจริงค่ะ 
เพราะคนแต่งฟิกแค่คนเดียว ไม่สามารถทำให้ผู้อ่านหลายๆคนถูกใจได้ใช่ไหมคะ 
ฉะนั้นจะมีบางคนถือว่าในอินเตอร์เน็ทไม่มีใครรู้จักเรา จะทำอะไรก็ได้เลยเม้นแบบไม่ค่อยเกรงใจ
แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ฟิกก็เหมือนละคร ใครดูเรื่องนี้แล้วมีความสุขก็ดูไป ใครไม่ชอบก็เลิกดู
เพราะคำว่าfiction แปลว่า เรื่องที่แต่งขึ้น เป็นการให้ความบันเทิงอย่างหนึ่ง
ทำให้คนอ่านได้เข้าไปอยู่ในโลกของจินตนาการ ช่วยผ่อนคลายความเครียดค่ะ
(ถึงบางเรื่องจะดราม่ามากก็เถอะ ๕๕๕+)
 
ตอบงงๆยังไงก็ไม่รู้เนอะ แหะๆ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โอวววววววววววววววว
ฟิกเซกซี่ชะมัดเลยค่ะไรท์เตอร์

พูดกันตามตรงเราหลงเค้ามาอ่าน ฮาาาาาาา
แต่เป็นการหลงเข้ามาอ่านที่ดีใจมากเลยจริงๆนะค่ะ :)

ฟิกสั้นแต่กระชับแล้วเราก็ชอบการบรรยายมากเลย
เรื่องมันก็ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น วัยรุ่ยรักสนุก มัวเมาบ้าง หลงระเริงบ้าง
แต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันตามประสาที่อยู่กันมานานหกเดือน

open-mounthed smile ชอบจัง

#6 By time (101.108.101.192) on 2011-04-25 23:09

คอมเม้นที่ห้า
เลขสวย!
5555555555555

เกลียดแต่ก็ต้องการ
แรงอ่ะ ;p

แต่เกลียดจริงๆหรอ??

เป็นความสัมพันธ์ที่ประหลาดมาก :3

#5 By U-Ro (125.24.169.65) on 2011-04-19 19:09

ขอบคุณสำหรับคำตอบเน้อ> <

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#4 By jun on 2011-04-15 08:54

แว๊กกกกก!
ชอบฟิคแนวนี้
55555

จุนซูเริ่มเกมหมุนขวดเหรอเนี่ย
ปาร์คเลยกลายเป็นแบบนี้ไปเลย ;)

#3 By kimpeace (223.24.116.124) on 2011-04-14 21:06

ฟิคความสัมพันธ์ประหลาดๆต้อนรับสงกรานต์

ไม่ได้อ่านเพราะเรทจริงจริ๊ง><

จุนบอกเกลียดอย่างนู้นอย่างนี้แต่ก็ยอมชิมิ-..-


วิ่งมาสาดดดดดกลับเช่นกัน อยากเห็นหลายๆบล็อคมีหยดน้ำเยอะๆ


ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

(ขอถามอะไรหน่อยสิ ข้อความข้างบนก่อนขึ้นเรื่องน่ะ

คำเตือน ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น <<<ช่วงนี้อะค่ะ เขียนไว้ทำไมอะคะ? (เผื่อจะเอาไปเขียนบ้าง ) บางทีมันอาจจะป้องกันพวก......ที่ชอบมาว่าอะไรแบบนั้นได้บ้าง เห็นหลายบล็อคแล้ว )

ขอบคุณสำหรับฟิคจ้า> <open-mounthed smile

#2 By jun on 2011-04-14 20:31

เหมือนเพลงไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหนไงไม่รู้ ความสัมพันธ์สองคนนี้มันแปลก ๆ ดีอ่ะ
เหมือนจะไม่รักกัน แต่ก็หลง ๆ กัน ห่างกันไม่ได้ไงไม่รุ
เหมือนจะเกลียดกันแต่ก็ไม่ใช่อ่ะ ปาร์คก็นัวเนีย จุนก็ยอม จะไปเกลียดกันได้ไง
รักกันไปเลยเหอะ เหอๆๆๆ

ขอบคุณค่ะ

#1 By Love Xiah (223.206.189.24) on 2011-04-14 18:24

akabane View my profile