[SF] You belong with me - Part2

posted on 24 Feb 2010 21:03 by junghyeae in Short-Fic

You belong with me

 

Author : junghyeae (akabane)

 

Parring : YooSu

 

Rate : PG-13

 

คำเตือน ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เหตุการณ์และสถานที่ต่างๆ เป็นเรื่องสมมุติไม่ได้เกิดขึ้นจริงและผู้เขียนไม่ได้เป็นเจ้าของตัวละครใดๆในเรื่องนี้ ส่วนเนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายรักชาย(Boy'sLove) หากไม่ชอบก็ปิดไปได้เลยค่ะ ^__^

 

 

 

Part1    

 

 

 

Part2

 

 

 

‘ไม่ว่านายจะตกหลุมรักอีกสักกี่หน

แต่จำไว้เลยนะว่าไม่มีใครเหมาะกับนายเท่าฉันอีกแล้วล่ะ ก๊ากกกก

                                                                 จาก คาริสม่าจุนซู'

.

.

.

แม่ของยูชอนถึงกับผงะเมื่อเห็นข้อความที่อยู่บนผ้าปูที่นอนของเจ้าลูกชายตัวดี

 

"ไปแกล้งอะไรจุนซูเขาอีกใช่ไหม?"

 

"ไม่ได้แกล้งอะไรเลยครับแม่" ยูชอนที่เพิ่งตามมาทีหลังรีบแก้ตัวปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วหัวเราะออกมา โถๆ พ่อคาริสม่าจุนซู เล่นอะไรเป็นเด็กๆไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ

 

"ให้มันจริงเถอะ!! แล้วจะทำยังไงกับมันดีล่ะเนี่ย?" แม่หันไปมองหน้าลูกชายที่เอาแต่ยืนยิ้มราวกับภาคภูมิใจในผลงานชิ้นนี้มากเสียเหลือเกิน

 

"เก็บไว้อย่างนี้แหละครับ ตลกดี คราวหลังถ้าผมไปบ้านเขาอีกจะเอาคืนให้สาสมเลย... เดี๋ยวขนของเสร็จแล้วผมขอออกไปข้างนอกนะครับ" ยูชอนบอกก่อนจะเดินเข้าไปยกลังหนังสือเรียนเก่าๆออกไปไว้นอกห้อง

 

ความจริงแล้วจุนซูกับยูชอนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เลยทำให้ทั้งสองคนจะสนิทสนมกับครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี แม่ของยูชอนรักและเอ็นดูจุนซูมาก เพราะเด็กคนนี้เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี หล่อนจึงไม่แปลกใจเลยที่จุนซูเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ยูชอนยอมให้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งขัน หรือเล่นเกมอะไรก็ตามแต่ ยูชอนจะไม่เคยแสดงทีท่าว่าจะต้องเอาชนะอย่างเอาเป็นเอาตายให้ได้เมื่อต้องเล่นกับจุนซู

 

ใบหน้าละม้ายคล้ายลูกชายระบายไปด้วยรอยยิ้มเมื่อมองเห็นกระดาษข้อความแปะอยู่เต็มตู้เสื้อผ้า จุนซูมักจะเขียนข้อความแปะทุกครั้งที่มาที่นี่ สงสัยจะเป็นเพราะเมื่อวานยูชอนทำเรื่องอะไรมาอีกจุนซูถึงได้เปลี่ยนจากเขียนใส่กระดาษมาเขียนใส่ผ้าปูที่นอนแทนแบบนี้

 

"เอ๊ะ!!" ผู้เป็นแม่ร้องออกมาอย่างตกใจนิดๆเมื่อดันเผลอทำกระดาษที่แปะอยู่หลุดออกมา มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้าหลุดออกมาไม่กี่แผ่น แต่นี่คงเป็นเพราะเทปใสเสื่อมสภาพเลยทำให้กระดาษรวงหล่นเต็มพื้นไปหมด แม่จึงตัดสินใจเปิดลิ้นชักโต๊ะของยูชอนเพื่อหาว่ามีกล่องอะไรพอจะใส่เก็บไว้ได้บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากซองเอกสาร...

 

"นี่มัน..."

 

รูปถ่ายสมัยเด็กของยูชอนถูกจัดเก็บลวกๆในซองเอกสาร ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้วนิดๆอย่างสงสัยว่าทำไมยูชอนถึงไม่เอารูปเหล่านี้ไปเก็บในอัลบั้ม

.

.

.

"พี่ว่าฉันแต่งตัวแบบนี้โอเคไหมคะ?"

 

"ไม่ว่าอึนจูจะใส่ชุดอะไรก็สวยทั้งนั้นล่ะครับ"

 

"อย่าแกล้งกันเล่นสิคะ เอาความคิดเห็นจริงๆ"

 

"สวยมาก สวยที่สุดในจักรวาลเลย" รอยยิ้มหวานเชื่อมทำให้สาวสวยถึงกับเขินอาย

 

"ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อย" หญิงสาวฟาดมือลงบนไหล่แฟนหนุ่มเบาๆ ก่อนจะหมุนซ้าย หมุนขวามองดูตัวเองในกระจกเงา แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อชุดที่ลองเมื่อสักครู่เพื่อไปออกเดทกับแฟนเย็นนี้

 

ยูชอนพาอึนจูเดินออกจากร้านขายเสื้อผ้าสตรีแล้วเดินดูของอีกเล็กน้อยก่อนจะพาหล่อนไปส่งบ้าน เขาทำหน้าที่คนรักได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องจนเป็นที่ชื่นชมต่อบรรดาเพื่อนๆของอึนจู แม้จะมีเสียงนินทาว่าเขาทั้งคู่ดูไม่ค่อยจะเหมาะสมกันเท่าไหร่ แต่ยูชอนก็ไม่แคร์ เพราะเขาถือว่าอึนจูเป็นคนดี สวย เก่ง มีความสามารถ ควงแล้วไม่อายใครก็แล้วกัน

 

"เฮ้ย! ยูชอน" ชายหนุ่มหันหลังไปเห็นเพื่อนที่มักจะเล่นฟุตบอลกับจุนซูเป็นประจำตะโกนเรียก   

 

"จุนซูเป็นไงบ้าง?"

 

"ห๊า!!??" ยูชอนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจกับคำถาม

 

"อ้าว!! นายไม่รู้เหรอว่าจุนซูไม่สบายหนักจนต้องเข้าโรง'บาลน่ะ?"

.

.

.

"สมน้ำหน้า"

 

"สมน้ำหน้าอะไร?"

 

"ทำเป็นฟิตซ้อมละครหนัก แถมรับเล่นเกือบสามสิบรอบจนต้องมานอนให้น้ำเกลืออย่างนี้ไง"

 

"หุบปากไปเลย!!!"

 

จุนซูตวาดไล่เพื่อนร่างผอมที่อุตส่าห์มาเยี่ยมด้วยความรัก(!?) เล่นเอาฮยอกแจถึงกับส่ายหัวเมื่อเห็นพฤติกรรมดื้อรั้นของเพื่อสนิทที่รู้จักกันมานานหลายปีอย่างอิดหนาระอาใจ

 

"แล้วยูชอนไม่มาเหรอ?"

 

"ถ้ามาแล้วจะเห็นไหมล่ะ?... แค่กๆ" มือเล็กนั้นป้องปากตัวเองเมื่อไออกมา ฮยอกแจมองซ้ายมองขวาไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ก่อนจะทำท่าทางมีพิรุธเดินย่องไปปิดประตูห้อง แล้วรีบวิ่งเข้ามาหาจุนซูที่นั่งมองการกระทำแบบนั้นด้วยความสงสัย

 

"ฉันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับยูชอนจะบอก" คิ้วเรียวขมวดมุ่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าปิดปากมาใส่ไว้ หลังจากนั้นจึงกวักมือเรียกฮยอกแจที่กำลังมีสีหน้าลังเลใจว่าจะพูดเรื่องที่ตัวเองรู้มาให้เพื่อนฟังดีหรือไม่ให้เข้ามานั่งใกล้ๆ

 

"เรื่องอะไร?"

 

"เรื่องแฟนของยูชอน... คืออย่าหาว่าฉันเสือกเรื่องของชาวบ้านเลยนะ... พอดีฉันได้ยินข่าวมาว่าอึนจูน่ะไม่ได้มีแค่ยูชอนคนเดียว"

 

จุนซูถึงกับเบ่งตาโตเมื่อได้ยินเรื่องเล่าของฮยอกแจ แต่เขาก็ไม่อยากจะปักใจเชื่อในสิ่งที่ไม่ยังไม่เคยเห็น ฮยอกแจรู้ว่าจุนซูคงจะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ มือขาวจึงได้ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าก่อนจะเปิดรูปถ่ายที่เขาเพิ่งได้มาจากเพื่อนในชมรมถ่ายภาพเมื่อวานนี้ให้จุนซูดู

 

รูปที่แรก

"เป็นเพื่อนกันไปเที่ยวกันก็ไม่เห็นแปลกนี่"

 

รูปที่สอง

"บ้าน่า!! เขาคงจะควงแขนเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันละมั้ง"

 

รูปที่สาม

โอบเอว เอ่อ... ชักเริ่มแปลกๆแล้วแฮะ

 

รูปที่สี่

จูบ....

 

ชิบหายแล้ว!!!!

 

ใบหน้าน่ารักถึงกับซีดเผือดเมื่อคิดถึงสีหน้าของยูชอน ร่างเล็กนั่งนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่เอารูปถ่ายมาให้ดูอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น... นี่มันอะไรกัน? ยูชอนกำลังโดนหักหลังอย่างนั้นหรือ?

 

"รูปนี้เพื่อนที่ชมรมของฉันได้มาตอนงานวันเกิดแฟนมัน ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้นะที่ไปเจอช็อตเด็ดแบบนี้เข้า แหะๆ" ฮยอกแจพยายามจะทำลายบรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจุนซูจะไม่ขำด้วย นอกเสียจากจะล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่พูดอะไรมาสักคำ

 

"ฉันไม่ค่อยสนิทกับยูชอนเท่าไหร่เลยไม่ล้าบอก แต่นายน่ะสนิทกับเขามากกว่าฉันคิดว่านายน่าจะช่วยเตือนยูชอนได้" จุนซูเอาแต่นอนเฉยๆโดยไม่พูดอะไรเลย ทำให้ฮยอกแจไม่กล้าจะเซ้าซี้อะไรต่อ เพราะเขาเข้าใจดีว่าถ้าหากเป็นเขาก็คงจะคิดหนักเรื่องนี้เหมือนกัน

 

"ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ ต้องไปจัดรายการวิทยุต่อ อ้อ!! ฉันมีของมาเยี่ยมไข้ด้วย" ฮยอกแจวางของที่ตั้งใจเอามาให้ไว้ข้างจุนซูที่แกล้งทำเป็นหลับเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องกลุ้มใจ ก่อนจะออกจากห้องไปทำธุระของเขาต่อ ชายหนุ่มปิดประตูห้องอย่างเบามือ ก่อนจะแอบยิ้มออกมานิดๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของจุนซูว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อเห็นของสิ่งนั้น

 

ขาเรียวก้าวมุ่งตรงไปยังลิฟท์ที่เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มรูปหล่อที่เขารู้จักดี...

 

"อะ อ้าว!! หวัดดียูชอน" ฮยอกแจตกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่เขาเพิ่งนินทามายืนอยู่ตรงหน้า

 

"จะกลับแล้วเหรอ?"

 

"อืม มีธุระน่ะ ไปก่อนนะ" ยูชอนยิ้มให้เป็นการกล่าวลาก่อนจะรีบเร่งเดินตรงไปหาห้องที่จุนซูนอนพักอยู่ด้วยความกังวลใจโดยมีสายตาของฮยอกแจมองตามไปตลอดจนกระทั่งลิฟต์ปิดลง

.

.

.

ไอ้เพื่อนบ้า!!!

 

จุนซูแทบอยากจะฉีกของที่ฮยอกแจให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจที่อยู่ๆแขกไม่ได้รับเชิญโผล่พรวดเข้ามาทันที

 

"เป็นอะไรมากหรือเปล่า?"

 

สายตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยนั้นทำให้หัวใจของจุนซูกระตุกวาบ มือเล็กรีบซ่อนของไว้ใต้หมอนอย่างรวดเร็วก่อนจะปั้นหน้ายักษ์ใส่ยูชอนที่ดูจะงุนงงกับพฤติกรรมแปลกประหลาดของจุนซู

 

"มารยาทน่ะมีไหม? ทำไมไม่รู้จักเคาะประตู?" ปากเล็กๆนั้นแม้จะแดงก่ำด้วยพิษไข้แต่ก็ยังไม่วายจิกกัดคนที่เดินเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง ยูชอนเอื้อมมือออกไปหวังจะแตะบนหน้าผากของคนป่วยเบาๆ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อถูกปฏิเสธ

 

"ฉันเป็นไม่สบายอยู่นะ"

 

ยูชอนยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูในขณะที่เฝ้ามองกิริยาของคนที่เอาแต่จับผ้าปิดปากไว้ก่อนจะไอออกมาเบาๆสองสามที จุนซูเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่เอาแต่นั่งยิ้มแล้วก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้

 

"ยิ้มอะไร?"

 

"มีความสุข จะยิ้มบ้างไม่ได้เหรอ?" จุนซูรู้ว่าต่อจากนี้ไปยูชอนจะพูดอะไรต่อ เขาจึงได้แต่แกล้งทำเป็นนอนหลับอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าจิตใจของเขาไม่สงบเลย

 

"อย่าเพิ่งพูดอะไรน้ำเน่าตอนนี้นะ ฉันไม่สบายอยู่"

 

ยูชอนหัวเราะกับข้ออ้างที่แสนจะสมกับเป็นจุนซู เขามักจะพูดจาหวานเลี่ยนเสมอเวลาที่จุนซูไม่สบาย ครั้งนี้สงสัยว่าจุนซูคงจะมีเรื่องกลุ้มใจอะที่ไม่พูดออกมา แม้เขาอยากจะให้จุนซูเล่าทุกอย่างให้ฟังทั้งหมด แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ต้องเก็บไว้คิดเองคนเดียวบ้าง...

 

"พอฉันรู้ว่านายไม่สบายนะ หัวใจของฉันก็แทบจะแตกสลายเลยล่ะ"

 

"ดี นายจะได้รู้ตัวสักทีว่าฉันมีค่ามากแค่ไหน"

 

ยูชอนยิ้มกว้างก่อนจะดึงมือของจุนซูมากุมเอาไว้พลางทำท่าเหมือนกับ